[SF] Infinite คนใบ้
posted on 02 Dec 2011 23:27 by suju-2413พวกคุณว่ามันแปลกมั้ย ถ้าคนปกติอย่างผม จะรักคนผิดปกติอย่างเค้า
พวกคุณว่ามันแปลกมั้ย ถ้าคนปกติอย่างผม อยากจะดูแลคนผิดปกติอย่างเค้า
พวกคุณว่ามันแปลกมั้ย ถ้าคนปกติอย่างผม อยากจะอยู่ข้างๆคนผิดปกติอย่างเค้า
พวกคุณว่ามันแปลกมั้ย ถ้าคนปกติอย่างผม พร้อมที่จะตายเมื่อปราศจากคนผิดปกติอย่างเค้า
พวกคุณว่ามันแปลกมั้ย ถ้าคนปกติอย่างผม ยอมทุกอย่างเพียงเพื่อให้คนผิดปกติอย่างเค้ามาอยู่ข้างๆผมจนทุกวันนี้
พวกคุณว่ามันแปลกมั้ย??
สำหรับผม....
ใครจะว่ายังไง ผมก็ยังอยากจะดูแล อยากอยู่ข้างๆ อยากรัก คนที่ได้ชื่อว่าคนผิดปกติอย่างเค้าอยู่ดี....
เค้าเป็นคนผิดปกติเรื่องการพูด เค้าพูดไม่ได้ ใช่ครับ เค้าเป็นใบ้แต่เค้าไม่ได้หูตึง ส่วนน้อยสำหรับคนที่เป็นใบ้แล้วหูจะได้ยินเสียงปกติ เค้าเป็น 1 ในนั้น 1ในน้อยคนที่ได้ยินเสียง.....
ผมเจอกับเค้าในคืนฤดูหนาว.....
วันนั้นผมกลับจากที่ทำงานก่อนเวลาเพราะจะมีพายุเข้า
วันนั้นผมกลับจากการไปเล่นดนตรีที่ร้านอาหารของรุ่นพี่ที่รู้จักกัน
วันนั้นเหมือนกับมีอะไรดลใจให้ผมเดินกลับหออีกทางจากทางที่เคยเดินกลับปกติ และการที่ผมเดินไปอีกทางนั้น มันทำให้ผมได้เจอเค้า “ลีซองยอล” ผู้ชายตัวสูงที่ใส่เสื้อยืดแขนยาวและกางเกงยาวนอนคดอยู่ใกล้ๆถังขยะ วันนั้นอากาศหนาวมาก หิมะก็ตก และข่าวบอกว่าจะมีพายุเข้าอีก จะให้ผมทิ้งเค้าไว้ที่นี่ ผมก็คงไม่ใช่คน ผมเลยเอาเค้ากลับมาด้วย.... เค้าหลับไป 3 วัน ใน 3 วันนั้นผมทั้งป้อนข้าว ป้อนยา โดยวิธีไหนพวกคุณก็น่าจะรู้นะ เช็ดตัว ดูแลเค้าเท่าที่จะทำได้เพราะตอนกลางคืนผมต้องไปเล่นดนตรี พอกลับมา เค้าก็กำลังหาอะไรในตู้เย็น นั่นทำให้ผมได้เห็นดวงตาของเค้าเป็นครั้งแรก ดวงตาที่สดใส ดวงตาที่ซุกซน ผมตกหลุมรักดวงตานั่นทันที
“นายชื่ออะไร??”
“.....”
“ฉัน คิมมยองซู นายบอกขื่อของนายได้มั้ย”
“......”
“นายกลัวฉันเหรอ ไม่ต้องกลัวนะ ฉันไม่ทำอะไรนายหรอก”
“.......”
เค้าไม่ตอบ....เค้าอาจจะกลัวผม แต่ไม่ใช่ เค้ากวาดตามองไปรอบๆ ขายาวๆนั่นเดินไปหยิบกระดาษขึ้นมา เขียนอะไรยุกยิกอยู่ซักพัก แล้วเค้าก็ชูมันขึ้นมา
이성열
แล้วเค้าก็เขียนอะไรลงไปอีก
“ขอโทษนะครับ ผมเป็นใบ้ แต่ผมได้ยินที่คุณพูดนะ”
แล้วเค้าเขียนอีก
“ขอบคุณนะครับที่ช่วยผม ขอผมกินอะไรนิดหน่อยเดี๋ยวผมก็ออกไปแล้วครับ”
“ซองยอล นายอยู่ที่นี่ก็ได้นะ”
“ได้เหรอ?? มันไม่รบกวนคุณเหรอ”
“ไม่หรอก....”
“แต่ว่า ผมเป็นใบ้นะ”
“ไม่เห็นเป็นไรเลย อยู่ด้วยกันนี่แหละ นายก็ช่วยฉันทำความสะอาดห้องแล้วกัน ได้มั้ย”
“ขอบคุณมากครับ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ คุณมยองซู”
“มยองซูเฉยๆก็พอ”
“อ่า มยองซู”
นั่นคือจุดเริ่มต้นของผมกับเค้า ทุกคืนผมออกไปเล่นดนตรีและกลับหอไม่เกินตี 1 พอกลับมาถึงผมก็จะเห็นซองยอลกอดหมอนซักใบในห้องผมนั่งดูทีวีและกินขนม เมื่อเค้าเห็นผม เค้าก็รีบไปทำอะไรให้ผมกินส่วนใหญ่จะเป็นรามยอน แต่มันก็ดีกว่าผมกลับมาเหนื่อยๆแล้วมานั่งทำเองนั่นแหละนะ พอเค้าทำเสร็จเค้าก็จะยกมาให้หน้าทีวีและถามผมทุกครั้งว่า
“เหนื่อยมั้ย”
“นิดหน่อย”
“กินเสร็จแล้วรีบอายน้ำและไปนอนนะ”
“นายยังไม่ง่วงเหรอ”
“อย่าเปลี่ยนเรื่องสิ”
“ครับๆ จะรับอาบน้ำแล้วไปนอนครับ”
“ฉันรอนายน่ะ”
“ไปนอนได้แล้ว”
“ไม่เอา จะนอนพร้อมมยองซู”
“กลัวผีเหรอ อยู่มานานแล้วนะ”
“เปล่า นอนก่อนมยองซูไม่ได้ ต้องนอนพร้อมมยองซู”
“ตามใจ”
“นายเคยขัดใจฉันได้เหรอ”
“ถึงได้บอกไงว่าตามใจ”
แล้วเค้าก็ยิ้ม...ผมว่าเค้าคงอยากจะหัวเราะ ผมเข้าใจความรู้สึกเค้าดี หลายครั้งที่ผมทะเลาะกับเค้าเพราะเค้าชอบทำอะไรไม่ระวัง เค้าทำได้เพียงทุบผมแค่นั้นแหละ ผมว่าถ้าเค้าพูดได้คงโวยวายผมน่าดูเพราะสายตาของเค้าน่ะ กินเลือดกินเนื้อผมสุดๆเลยล่ะ เค้าชอบกินขนม และก็ชอบขอให้ผมพาไปเที่ยวบ่อยๆ หลายครั้งที่ผมคิดจะถามว่าเค้ามาจากไหน แต่คิดไปคิดมา ตอนนี้ผมก็มีความสุขเค้าก็มีความสุข ผมก็เลยไม่ถามดีกว่า จะสนใจอดีตทำไม ในเมื่อตอนนี้ผมและเค้าก็มีความสุขด้วยกันทั้งคู่....
ตอนนี้ 5 ปีแล้วที่ผมและเค้าอยู่ด้วยกันในหอ และก็ไม่คิดจะย้ายด้วยเพราะข้าวของมันเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ ผมเองก็เปลี่ยนจากนักเล่นดนตรี หันไปแต่งเพลงให้ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่เอา และตอนนี้ผมก็กำลังแต่งเพลงอยู่
아주 오래 전 너를 보았던 그 느낌을 기억해 난
너를 알았던 나를 알았던 그 시절이 생각나
너를 닮고 싶던 어울리고 싶던 간절했던 시간을
난 다시 생각해 다 지나간 한낱 추억 뿐인걸
And, Can you smile? 니가 원하잖아 니가 바라잖아
내 맘 만으로는 널 잡을 수가 없는가봐
And, Can you smile? 내가 가라잖아 난 괜찮다잖아
마지막 너에게 난 이것 밖엔 못 주나봐
ผมแตงมันมาได้ครึ่งเพลงแล้ว แล้วจู่ๆ ตัวป่วนของผมก็มา
“แต่งเพลงเหรอ??”
“อืม”
“ทำไมมันดูเศร้าๆจัง”
“เหรอ ฉันว่าความหมายมันดีออก”
“มันเศร้า”
“เดี๋ยวนี้เขียนเร็วขึ้นนะ”
“เพราะใครล่ะ”
“หิวรึยัง”
“ฉันทำรามยอนไว้แล้ว จะมาตามนายไปกินนี่แหละ”
“เหรอ งั้นไปกินรามยอนกันเถอะ”
............
........
......
...
..
.
“เป็นอะไรซองยอล”
“เปล่าหรอก แค่รู้สึกเบื่อรามยอน นายไม่เบื่อเหรอ”
“เบื่อ แต่ทั้งฉันและนายก็ทำอะไรอย่างอื่นไม่เป็น”
“ก็จริง”
“เป็นอะไร นายซึมๆไปนะ”
“เปล่า”
“ลีซองยอล”
“ก็แค่ ฉันรู้สึกว่า ถ้าฉันพูดได้ก็คงดี”
“ทำไมล่ะ”
“ก็ฉันไม่อยากให้นายต้องมานั่งอ่านตัวหนังสือพวกนี้ พอฉันจะบอกรักนาย ฉันก็ต้องมานั่งเขียนมัน ฉันอยากพูดว่าฉันรักนายมากกว่ามาเขียนแบบนี้”
“ไม่เห็นเป็นไรเลย นายเคยคิดมั้ยว่าทำไมฉันถึงรักนาย?? ฉันรักนายเพราะนายเป็นแบบนี้ ฉันไม่เคยสนว่านายจะพูดได้หรือไม่ได้ ฉันไม่เคยสนว่านายจะมาจากไหน เป็นใครมาก่อน ฉันรักนายในตอนนี้ ทุกอย่างที่เป็นนายฉันรักมันทั้งหมด นายเข้าใจฉันใช่มั้ย”
“มยองซู ฉันรักนาย”
“เด็กโง่ เรื่องแค่นี้ อย่าคิดมาก”
“ก็มันอดไม่ได้นี่”
“นายจะเป็นยังไงฉันก็รักนายอยู่ดีนั่นแหละ”
“ขอบคุณนะมยองซู ขอบคุณจริงๆ”
“ขอบคุรเหมือนกันซองยอล ขอบคุณที่เข้ามาในชีวิตฉันขอบคุณ”
และผมก็กับเค้าก็ยิ้มให้กัน
ผมไม่สนว่าใครจะยังไง ผมคือผม ชีวิตมันคือของผม ผมเลือกเอง ผมไม่สนว่าใครจะว่าผมและซองยอลยังไง ตอนนี้คนที่มีค่าและสำคัญที่สุดสำหรับผม คือเค้า ลีซองยอล แค่นั้นแหละ และจะมีแค่เค้าคนเดียวด้วย เค้าคือคนที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตผม เค้าคือคนที่เข้ามาทำให้ผมยิ้มได้ เค้าคือคนที่สำคัญ ผมสาบานต่อให้พระเจ้าทอดทิ้งผมและซองยอล แต่ผมจะไม่ทิ้งซองยอลเด็ดขาด แม้ว่าจะแลกด้วยชีวิตของผมก็ตาม....
ผมขอให้พวกคุณโชคดีในความรักนะครับ อย่าสนเพียงรูปลักษณ์ภายนอก เพราะสิ่งที่จะทำให้ตัวคุณและตัวเค้าอยู่ด้วยกันได้ คือจิตใจ ไม่ใช่หน้าตา ผมขอให้พวกคุณเจอรักที่ดีนะครับเมือนผมกับซองยอลไงล่ะ ^ ^