[SF] Infinite คนใบ้

posted on 02 Dec 2011 23:27 by suju-2413

พวกคุณว่ามันแปลกมั้ย ถ้าคนปกติอย่างผม จะรักคนผิดปกติอย่างเค้า

พวกคุณว่ามันแปลกมั้ย ถ้าคนปกติอย่างผม อยากจะดูแลคนผิดปกติอย่างเค้า

พวกคุณว่ามันแปลกมั้ย ถ้าคนปกติอย่างผม อยากจะอยู่ข้างๆคนผิดปกติอย่างเค้า

พวกคุณว่ามันแปลกมั้ย ถ้าคนปกติอย่างผม พร้อมที่จะตายเมื่อปราศจากคนผิดปกติอย่างเค้า

พวกคุณว่ามันแปลกมั้ย ถ้าคนปกติอย่างผม ยอมทุกอย่างเพียงเพื่อให้คนผิดปกติอย่างเค้ามาอยู่ข้างๆผมจนทุกวันนี้

พวกคุณว่ามันแปลกมั้ย??

สำหรับผม....

ใครจะว่ายังไง ผมก็ยังอยากจะดูแล อยากอยู่ข้างๆ อยากรัก คนที่ได้ชื่อว่าคนผิดปกติอย่างเค้าอยู่ดี....

เค้าเป็นคนผิดปกติเรื่องการพูด  เค้าพูดไม่ได้ ใช่ครับ เค้าเป็นใบ้แต่เค้าไม่ได้หูตึง ส่วนน้อยสำหรับคนที่เป็นใบ้แล้วหูจะได้ยินเสียงปกติ เค้าเป็น 1 ในนั้น 1ในน้อยคนที่ได้ยินเสียง.....

ผมเจอกับเค้าในคืนฤดูหนาว.....

วันนั้นผมกลับจากที่ทำงานก่อนเวลาเพราะจะมีพายุเข้า

วันนั้นผมกลับจากการไปเล่นดนตรีที่ร้านอาหารของรุ่นพี่ที่รู้จักกัน

วันนั้นเหมือนกับมีอะไรดลใจให้ผมเดินกลับหออีกทางจากทางที่เคยเดินกลับปกติ และการที่ผมเดินไปอีกทางนั้น มันทำให้ผมได้เจอเค้า “ลีซองยอล” ผู้ชายตัวสูงที่ใส่เสื้อยืดแขนยาวและกางเกงยาวนอนคดอยู่ใกล้ๆถังขยะ วันนั้นอากาศหนาวมาก หิมะก็ตก และข่าวบอกว่าจะมีพายุเข้าอีก จะให้ผมทิ้งเค้าไว้ที่นี่ ผมก็คงไม่ใช่คน ผมเลยเอาเค้ากลับมาด้วย.... เค้าหลับไป 3 วัน ใน 3 วันนั้นผมทั้งป้อนข้าว ป้อนยา โดยวิธีไหนพวกคุณก็น่าจะรู้นะ เช็ดตัว ดูแลเค้าเท่าที่จะทำได้เพราะตอนกลางคืนผมต้องไปเล่นดนตรี พอกลับมา เค้าก็กำลังหาอะไรในตู้เย็น นั่นทำให้ผมได้เห็นดวงตาของเค้าเป็นครั้งแรก ดวงตาที่สดใส ดวงตาที่ซุกซน ผมตกหลุมรักดวงตานั่นทันที

“นายชื่ออะไร??”

“.....”

“ฉัน คิมมยองซู นายบอกขื่อของนายได้มั้ย”

“......”

“นายกลัวฉันเหรอ ไม่ต้องกลัวนะ ฉันไม่ทำอะไรนายหรอก”

“.......”

เค้าไม่ตอบ....เค้าอาจจะกลัวผม แต่ไม่ใช่ เค้ากวาดตามองไปรอบๆ ขายาวๆนั่นเดินไปหยิบกระดาษขึ้นมา เขียนอะไรยุกยิกอยู่ซักพัก แล้วเค้าก็ชูมันขึ้นมา

이성열

แล้วเค้าก็เขียนอะไรลงไปอีก

“ขอโทษนะครับ ผมเป็นใบ้ แต่ผมได้ยินที่คุณพูดนะ”

แล้วเค้าเขียนอีก

“ขอบคุณนะครับที่ช่วยผม ขอผมกินอะไรนิดหน่อยเดี๋ยวผมก็ออกไปแล้วครับ”

“ซองยอล นายอยู่ที่นี่ก็ได้นะ”

“ได้เหรอ?? มันไม่รบกวนคุณเหรอ”

“ไม่หรอก....”

“แต่ว่า ผมเป็นใบ้นะ”

“ไม่เห็นเป็นไรเลย อยู่ด้วยกันนี่แหละ นายก็ช่วยฉันทำความสะอาดห้องแล้วกัน ได้มั้ย”

“ขอบคุณมากครับ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ คุณมยองซู”

“มยองซูเฉยๆก็พอ”

“อ่า มยองซู”

นั่นคือจุดเริ่มต้นของผมกับเค้า ทุกคืนผมออกไปเล่นดนตรีและกลับหอไม่เกินตี 1 พอกลับมาถึงผมก็จะเห็นซองยอลกอดหมอนซักใบในห้องผมนั่งดูทีวีและกินขนม เมื่อเค้าเห็นผม เค้าก็รีบไปทำอะไรให้ผมกินส่วนใหญ่จะเป็นรามยอน แต่มันก็ดีกว่าผมกลับมาเหนื่อยๆแล้วมานั่งทำเองนั่นแหละนะ พอเค้าทำเสร็จเค้าก็จะยกมาให้หน้าทีวีและถามผมทุกครั้งว่า

“เหนื่อยมั้ย”

“นิดหน่อย”

“กินเสร็จแล้วรีบอายน้ำและไปนอนนะ”

“นายยังไม่ง่วงเหรอ”

“อย่าเปลี่ยนเรื่องสิ”

“ครับๆ จะรับอาบน้ำแล้วไปนอนครับ”

“ฉันรอนายน่ะ”

“ไปนอนได้แล้ว”

“ไม่เอา จะนอนพร้อมมยองซู”

“กลัวผีเหรอ อยู่มานานแล้วนะ”

“เปล่า นอนก่อนมยองซูไม่ได้ ต้องนอนพร้อมมยองซู”

“ตามใจ”

“นายเคยขัดใจฉันได้เหรอ”

“ถึงได้บอกไงว่าตามใจ”

แล้วเค้าก็ยิ้ม...ผมว่าเค้าคงอยากจะหัวเราะ ผมเข้าใจความรู้สึกเค้าดี หลายครั้งที่ผมทะเลาะกับเค้าเพราะเค้าชอบทำอะไรไม่ระวัง เค้าทำได้เพียงทุบผมแค่นั้นแหละ ผมว่าถ้าเค้าพูดได้คงโวยวายผมน่าดูเพราะสายตาของเค้าน่ะ กินเลือดกินเนื้อผมสุดๆเลยล่ะ เค้าชอบกินขนม และก็ชอบขอให้ผมพาไปเที่ยวบ่อยๆ หลายครั้งที่ผมคิดจะถามว่าเค้ามาจากไหน แต่คิดไปคิดมา ตอนนี้ผมก็มีความสุขเค้าก็มีความสุข ผมก็เลยไม่ถามดีกว่า จะสนใจอดีตทำไม ในเมื่อตอนนี้ผมและเค้าก็มีความสุขด้วยกันทั้งคู่....

 

 

ตอนนี้ 5 ปีแล้วที่ผมและเค้าอยู่ด้วยกันในหอ และก็ไม่คิดจะย้ายด้วยเพราะข้าวของมันเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ ผมเองก็เปลี่ยนจากนักเล่นดนตรี หันไปแต่งเพลงให้ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่เอา และตอนนี้ผมก็กำลังแต่งเพลงอยู่

아주 오래 전 너를 보았던 그 느낌을 기억해 난

너를 알았던 나를 알았던 그 시절이 생각나

너를 닮고 싶던 어울리고 싶던 간절했던 시간을

난 다시 생각해 다 지나간 한낱 추억 뿐인걸

And, Can you smile? 니가 원하잖아 니가 바라잖아

내 맘 만으로는 널 잡을 수가 없는가봐

And, Can you smile? 내가 가라잖아 난 괜찮다잖아

마지막 너에게 난 이것 밖엔 못 주나봐

ผมแตงมันมาได้ครึ่งเพลงแล้ว แล้วจู่ๆ ตัวป่วนของผมก็มา

“แต่งเพลงเหรอ??”

“อืม”

“ทำไมมันดูเศร้าๆจัง”

“เหรอ ฉันว่าความหมายมันดีออก”

“มันเศร้า”

“เดี๋ยวนี้เขียนเร็วขึ้นนะ”

เพราะใครล่ะ”

“หิวรึยัง”

“ฉันทำรามยอนไว้แล้ว จะมาตามนายไปกินนี่แหละ”

“เหรอ งั้นไปกินรามยอนกันเถอะ”

............

........

......

...

..

.

“เป็นอะไรซองยอล”

“เปล่าหรอก แค่รู้สึกเบื่อรามยอน นายไม่เบื่อเหรอ”

“เบื่อ แต่ทั้งฉันและนายก็ทำอะไรอย่างอื่นไม่เป็น”

“ก็จริง”

“เป็นอะไร นายซึมๆไปนะ”

“เปล่า”

“ลีซองยอล”

“ก็แค่ ฉันรู้สึกว่า ถ้าฉันพูดได้ก็คงดี”

“ทำไมล่ะ”

“ก็ฉันไม่อยากให้นายต้องมานั่งอ่านตัวหนังสือพวกนี้ พอฉันจะบอกรักนาย ฉันก็ต้องมานั่งเขียนมัน ฉันอยากพูดว่าฉันรักนายมากกว่ามาเขียนแบบนี้”

“ไม่เห็นเป็นไรเลย นายเคยคิดมั้ยว่าทำไมฉันถึงรักนาย?? ฉันรักนายเพราะนายเป็นแบบนี้ ฉันไม่เคยสนว่านายจะพูดได้หรือไม่ได้ ฉันไม่เคยสนว่านายจะมาจากไหน เป็นใครมาก่อน ฉันรักนายในตอนนี้ ทุกอย่างที่เป็นนายฉันรักมันทั้งหมด นายเข้าใจฉันใช่มั้ย”

“มยองซู ฉันรักนาย”

“เด็กโง่ เรื่องแค่นี้ อย่าคิดมาก”

“ก็มันอดไม่ได้นี่”

“นายจะเป็นยังไงฉันก็รักนายอยู่ดีนั่นแหละ”

“ขอบคุณนะมยองซู ขอบคุณจริงๆ”

“ขอบคุรเหมือนกันซองยอล ขอบคุณที่เข้ามาในชีวิตฉันขอบคุณ”

และผมก็กับเค้าก็ยิ้มให้กัน

ผมไม่สนว่าใครจะยังไง ผมคือผม ชีวิตมันคือของผม ผมเลือกเอง ผมไม่สนว่าใครจะว่าผมและซองยอลยังไง ตอนนี้คนที่มีค่าและสำคัญที่สุดสำหรับผม คือเค้า ลีซองยอล แค่นั้นแหละ และจะมีแค่เค้าคนเดียวด้วย เค้าคือคนที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตผม เค้าคือคนที่เข้ามาทำให้ผมยิ้มได้ เค้าคือคนที่สำคัญ ผมสาบานต่อให้พระเจ้าทอดทิ้งผมและซองยอล แต่ผมจะไม่ทิ้งซองยอลเด็ดขาด แม้ว่าจะแลกด้วยชีวิตของผมก็ตาม....

ผมขอให้พวกคุณโชคดีในความรักนะครับ อย่าสนเพียงรูปลักษณ์ภายนอก เพราะสิ่งที่จะทำให้ตัวคุณและตัวเค้าอยู่ด้วยกันได้ คือจิตใจ ไม่ใช่หน้าตา ผมขอให้พวกคุณเจอรักที่ดีนะครับเมือนผมกับซองยอลไงล่ะ ^ ^

Special Project Part 2

posted on 17 Oct 2011 01:39 by suju-2413

Special Project

“ครับ.....วันไหนครับ......พรุ่งนี้เหรอครับ......ไปกี่วันครับ.......4 วัน!!.....ครับ......พรุ่งนี้ตี 4 นะครับ.....ครับ.....”

“ไปอีกแล้วเหรอ...”

“อือ เค้าพึ่งโทรมาบอก ขอโทษนะ สัญญาไว้แล้วแท้ๆ”

“ไม่เป็นไร.....ไปจัดประเป๋าเถอะ เดี๋ยวฉันไปช่วยจัดนะ ยิ้มไว้สิ ไม่เป็นไรหรอก”

“ขอโทษนะ......ฮยอกแจ”

The second of special project

WonHyuk

ต้องการด่วน......

แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องผ่านกระจกรถตู้ที่ถึงแม้จะติดฟิล์มดำทั้งคัน แต่ก็ยังสู่แสง UV จากพระอาทิตย์ที่แรงขึ้นทุกวันได้อยู่ดี ดวงตาที่ดุจดั่งเจ้าชายค่อยลืมตาขึ้น หลังจากที่เค้าต้องตื่นตอนตี 2 เพื่ออาบน้ำแต่งตัวและรอรถของพี่ที่บริษัทมารับไปถ่ายแบบที่ชานเมือง ชเวซีวอน ค่อยๆขยับตัวเปลี่ยนท่านั่งที่เค้านั่งมาตั้งแต่ออกจากบ้านตอนตี 4 จนตอนนี้ 7 โมงเช้า.....ซีวอนทำงานเป็นช่างภาพอิสระ แต่ที่เค้ามารับทำงานของที่นี่เพราะว่า คนที่เป็นเจ้าของบริษัทเป็นรุ่นพี่ของเค้าตอนเค้าเรียนอยู่มหาลัย เมื่อช่างภาพไม่พอ เค้าก็จะขอให้ซีวอนช่วยอยู่เสมอ ซีวอนเองก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร แต่งานนี้เค้าไม่อยากรับเลย เพราะว่ามันพรากเวลาที่เค้าจะได้อยู่กับคนที่สำคัญที่สุดของเค้า ลีฮยอกแจ ฮยอกแจเพิ่งว่างจากงานของเค้า ซึ่งมันไม่ง่ายเลยกว่าฮยอกแจจะว่าง แล้วทำไมเค้าต้องมานั่งทำงานด้วยล่ะ แล้วตัวฮยอกแจเป็นคนขี้น้อยใจด้วย ที่มาใช่ว่าไม่โกรธนะนั่น  ทำไมเค้าไม่อยู่กับฮยอกแจ ฮึก ซีวอนอยากร้องไห้

เมื่อถึงที่หมายซีวอนกดโทรศัพท์โทรหาฮยอกแจทันที

“ว่าไง....”

“ฮยอกแจ ผมขอโทษนะ...”

“อือ ไม่เป็นหรอก งานของนายมันสำคัญกว่าฉันอยู่แล้วนี่”

“ไม่ใช่ ผมปฏิเสธไม่ได้”

“ก็นายเป็นแบบนี้ไง 4 วันดูแลตัวเองด้วยแล้วกัน แค่นี้นะ จะเที่ยว”

ฮยอกแจตัดสายชเวซีวอนทิ้ง?? ฮยอกแจตัดสายชเวซีวอนทิ้ง ฮยอกแจตัดสายชเวซีวอนทิ้ง ฮยอกแจตัดสายชเวซีวอนทิ้ง ฮยอกแจตัดสายชเวซีวอนทิ้งงงงงงงงงงง!!

ร่างสูงโวยวายอยู่ในใจ

มีหลายคนบอกเค้าว่าฮยอกแจไม่ได้รักเค้า

มีหลายคนบอกว่าฮยอกแจไม่ได้แคร์เค้า

มีหลายคนบอกว่าฮยอกแจไม่ห่วงซีวอน

มีหลายคนบอกว่าฮยอกแจคบกับเค้าเล่นๆ

มีหลายคนบอกซีวอนแบบนั้น แต่......

อะไรที่บอกว่าฮยอกแจไม่ได้รักซีวอน??

อะไรที่บอกว่าฮยอกแจไม่แคร์ซีวอน??

อะไรที่บอกว่าฮยอกแจไม่ห่วงซีวอน??

อะไรที่บอกว่าฮยอกแจคบกับเค้าเล่นๆ??

อะไรล่ะ.....??

…………………

……………

……….

..

.

“เฮ้อ......”

“ย๊อกแจ ถอนใจรอบที่ล้านแล้วนะ”

ลีดงเฮ เพื่อนสนิทของซีวอนเพิ่งมาสนิทกับฮยอกแจตอนที่รู้ว่าเป็นแฟนกับซีวอนนี่แหละ

“วันนี้วันที่ 3 แล้วนะดงเฮ...”

“ก็พรุ่งนี้ซีวอนมันก็กลับแล้วไม่ใช่เหรอ”

“ก็ใช่.....”

ร่างบางของฮยอกแจเอ่ยตอบอย่างเบื่อๆ

“ยิ้มๆหน่อยสิ”

“พรุ่งนี้ก็กลับแล้วก็จริง แต่ซีวอนยังไม่โทรมาเลยนะ… โทรมาตอนไปถึงครั้งเดียวแค่นั้น แล้วไม่โทรมาอีกเลย ข้อความก็ไม่มี เป็นอะไรรึเปล่าก็ไม่รู้ หรือมีกิ๊กอ่ะดงเฮ TT”

“เฮ้ๆๆ ที่แท้ก็เป็นห่วง คนซีวอนไม่มีกิ๊กหรอก จากที่ฉันดูๆมา หมอนั่นรักเดียวใจเดียว อีกอย่าง หมอนั่นรักนายจะตาย”

“นายนี่ดีเนอะ คิบอมไม่ค่อยไปไหนเลย....”

“อ้าว ก็งานของคิบอมมันไม่เหมือนงานของซีวอนนี่”

“เฮ้อ....ถ้าพรุ่งนี้ไม่กลับล่ะน่าดู”

…………………..

……………

…….

….

..

.

วันทำงานวันสุดท้าย

“ขยับอีกนิดครับ นั่นแหละ ใช่ครับ ขวาอีกนิดครับ เชิดหน้าขึ้นอีกครับนายแบบ นั่นแหละ เอาล่ะนะ 1 2 3...”

“ทุกคน!! ที่ออฟฟิศเพิ่งโทรมา บอกว่าให้ถ่ายรูปเยอะกว่ากำหนด เราต้องอยู่ต่ออีก 1 วันนะ”

“โห พี่! ผมคิดถึงแฟนผมจะแย่แล้วนะ”

“อย่าบ่นมากน่า จงฮยอน โทรไปบอกแฟนนายสิ”

“อยู่แล้วแหละ”

“อ่ะๆๆ พักๆๆๆ โทรหาที่บ้านให้เรียบร้อย อีก 20 นาทีทำงานต่อ!”

ซีวอนที่ไม่พูดอะไรเลย เพียงแค่คอตกกลับมานั่งเท่านั้น อยู่ต่ออีก 1 วัน อะไรกัน ปานนี้ฮยอกแจไม่เป็นบ้าไปแล้วเหรอ ทาศัพท์ดันทำตกน้ำอีกตกไปแบบจมลงไปเลย แล้วฮยอกแจก็เพิ่งเปลี่ยนเบอร์ใหม่ จำเบอร์ไม่ได้อีก จะโทรหายังไง เจ้าตัวคงคิดไปนู่นแล้วแหละ อ่า จริงสิ ดงเฮน่าจะมีเบอร์ฮยอกแจอยู่นี่หน่า เดี๋ยวค่อยยืมโทรศัพท์เจ้าจงฮยอนโทรหาตอนทำงานเสร็จแล้วกัน....

23.20 โซล....

“อ๊ากก ชเวซีวอน ไหนบอก 4 วันฟะ นี่จะเลยไปวันที่ 5 แล้วนะ ยังไม่กลับมาอีก โทรศัพท์ก็ปิด อะไรของนายเนี่ยยย ไม่รอมันแล้ว ฮืออออ”

05.04 ชานเมือง

“เวรแล้ว ลืมโทรหาไอดงเฮ โอ๊ยย ทำไมเป็นคนงี้ว่ะ จงฮยอน จงฮยอน!!”

“หะ! อะไรของพี่เนี่ย พี่เค้านัด 6 โมงครึ่งไม่ใช่เหรอ นี่เพิ่งตี 5 เอง”

“ไม่ใช่ ฉันขอยืมโทรศัพท์นายหน่อย”

“อยู่ในกระเป๋าอ่ะ”

“ขอบใจ”

นิ้วยาวของซีวินรีบกดเบอร์เพื่อนตัวเองและรีบโทรออกทันที

พระเจ้าครับ ขอให้ดงเฮมันรับโทรศัพท์ผมด้วยนะครับ...

( ฮัลโหล ซีวอน นายอยู่ไหนเนี่ย นายทำให้แฟนนายเป็นบ้า รู้ตัวบ้างมั้ยยยยย!!! )

“ฮยอกแจเป็นอะไร??”

( ยังจะมาถามอีก บ้านก็ไม่กลับ โทรศัพท์มีก็ไม่โทร ฮยอกแจ โทรมาร้องไห้กับฉันตอนตี 4 เนี่ย เพิ่งวางก่อนหน้านายโทรมาแปบเดียวเอง )

“โทรศัพท์ฉันตกน้ำ จะให้โทรยังไง ฮยอกแจเปลี่ยนเบอร์ใหม่ฉันยังจำไม่ได้เลย”

( เอ้า แล้วทำไมเมื่อวานไม่โทรมา )

“ฉันลืม ทำงานเสร็จตั้งตี 1 กลับมาถึงห้องฉันก็นอนเลย”

( ชเวซีวอน ทำนายเป็นคนอย่างนี้ = =’ จดๆๆเบอร์ย๊อกแจนะ ...... โทรไปเลย เรียบร้อยแล้วโทรมาบอกฉันด้วย จะนอนรอ! ให้ตาย ไม่ได้นอนกอดคิบอมเลย ฮืออ )

“ขอบคุณมากนะดงเฮ”

( อืม )

05.13 โซล

เฮบารากี เฮบารากี

“ฮัลโหล ซีวอน โทรมาทำไม”

( ฮยอกแจ ผมขอโทษ โทรสัพท์ผมตกน้ำ แล้วเมื่อวานพี่ที่คุมงานเค้าเพิ่งมาบอกว่าอยู่ต่อวันนี้อีกวัน ผมขอโทษที่ไม่ได้โทรหาคุณเลย ผมขอโทษจริงๆ )

“แล้วโทรมาทำไมตอนนี้ วันหลังถึงหน้าบ้านค่อยโทรมาเลยสิ”

( ผมขอโทษจริงๆ ผมไม่ได้ตั้งใจ ผมขอโทษ ผมรักฮยอกแจนะ )

“ข้อความก็ไม่ส่งมา โทรบอกซักหน่อยก็ยังดี นายเห็นฉันเป็นตัวอะไรซีวอน! ฉันแฟนนายนะไม่ใช่หัวหลักหัวตอ ฉันมีความรู้สึกนะ อยู่โทรมาบอกกลับวันนี้ บอกรักฉัน แค่นั้นเหรอ??”

( ผมขอโทษ ผมผิดไปแล้ว )

“แค่นี้เหรอ นายไม่สนเลยใช่มั้ยว่าฉันจะห่วงนายน่ะ”

( สนสิ ไม่งั้นผมจะโทรมาเหรอ )

“เหอะ!”

( ฮยอกแจคนดี ซีวอนขอโทษนะครับ ผมขอโทษ ผมผิดไปแล้วจริงๆ ฮยอกแจไม่โกรธซีวอนนะครับ ผมรักฮยอกแจนะ )

“กลับตอนไหน”

( ถึงโซลคงประมาณ 2 ทุ่มครับ )

“อยากกินอะไรมั้ย”

( อืมม แล้วแต่ฮยอกแจดีกว่า )

“ถ้ากลับเกิน 3 ทุ่ม ฉันจะทำรามยอนให้กิน แล้วเอากับข้าวที่ทำรอนายกลับมาตอน 2 ทุ่มให้โกโก้กิน!”

( ครับผม จะรีบกลับบ้านเลยครับ ผมขอโทษ ผมรักฮยอกแจ )

“อืม ฉันก็รักนาย แค่นี้แหละ จะนอน”

( ตาบวมเหรอ )

“ยังไม่หมดคดี อยากเจอโกรธจริงๆหรือไง”

( ฮ่าๆๆ โอเคๆๆ ฝันดีครับคนดีของผม )

“อืม”

อ่า เย็นนี้ผมอะไรรอเค้าดีนะ??.....

05.30 ชานเมือง

เฮ้อ ง้อเสร็จแล้ว น้อยใจจริงๆด้วย ดีนะผมโทรไป ไม่งั้น ผมกับเค้าได้ทะเลาะกันใหญ่โตแน่ๆเลย ฮึบ อาบน้ำแต่งตัว เตรียมทำงาน ดีกว่า จะได้กลับบ้านเร็วๆ เย่!

...........................................

 

รู้รึยัง อะไรที่ทำให้ซีวอนไม่คิดแบบนั้น???

สิ่งทีฮยอกแจทำ ที่ฮยอกแจพูด มันแสดงออกถึงความรักทั้งหมดที่เค้ามีให้กับซีวอน.. ถึงแม้ร่างบางจะไม่ค่อมคำๆนั้นออกมา ก็ตามที

ซีวอนเองต่างหากที่เป็นฝ่ายพูดเสียส่วนใหญ่...

การกระทำของทั้งสองคนแสดงให้เห็นถึงความรัก ความห่วงหา มากมายแก่กันและกัน แค่นั้นก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ.. ในเมื่อความรักเป็นเรื่องของคนของคน ทำไมพวกเค้าต้องเอาคนอื่นเข้ามายุ่งกับชีวิตพวกเค้าด้วยล่ะ??

 

คำพูด...ไม่สำคัญ...เท่าการกระทำ

การกระทำ...ไม่สำคัญ...เท่าคำพูด

คุณว่าอันไหนเป็นจริง?? ถ้าดีแต่พูดการกระทำกลับไม่ใช่เราจะเชื่อเหรอ??

ถ้าดีแต่ทำแต่ไม่พูดความมั่นใจของคำว่า”เรา”มันหายไปนะ

มันสำคัญทั้งการกระทำและคำพูด...

“ทำ”ให้เห็น...... ไม่ใช่บ่อยซะจนน่าเบื่อ และไม่ใช่ไม่ทำเลย....

“พูด”ให้รู้..... ไม่ใช่บ่อยซะจนเอียน และไม่ใช่ไม่พูดเลย....

“ความรัก”มันอยู่ที่ความลงตัวของคนสองคนเท่านั้น  ในเมื่อมันเป็นเรื่องของคนสองคน เราก็ต้องทำให้อีกคนมั่นใจในความรักที่เรามีให้กับเค้า ทั้งจากการกระทำแล้วคำพูด การแสดงออกนั่นคิดสิ่งจำเป็นสำหรับความรัก แต่บางครั้งสิ่งที่เราแสดงออกไปมันทำให้คิดไปอีกทาง... เพราะฉะนั้นความรัก ไม่ใช่แค่ทำว่าเรารักกัน ไม่ใช่แค่พูดว่า ฉันรักเธอ แต่ความรักคือการที่คนสองคนแสดงออกมาว่ารักกัน ไม่ใช่จากการเสแสร้ง แต่การแสดงออกนั้นมันออกมาจากใจ.. นั่นแหละคือความรัก... ถึงแม้มันจะไม่สวยงาม แต่ทุกก้าวที่เดินผ่านไปด้วยกันนั่นคือความทรงจำที่สวยงามที่สุด....ขอให้ทุกคนเจอความรักที่ดีนะคะ ^ ^

The end………………………………………………….

อาจจะดูงงๆนิดนึงแต่งตอนเป็นหวัด สมองมันเบลอ

ยังก็ฝากเรื่องนี้ไว้ในอ้อมอกทุกคนด้วยนะคะ ^ ^

The end time :: 03.53 16/10/2011

Special Project Part 1

posted on 16 Oct 2011 03:57 by suju-2413

Special Project....

“จดหมายมาส่งครับบ!!”

“ครับ ไปแล้วครับ ขอบคุณมากครับ”

เรียนเชิญปาร์คจองซู

งานแต่งของ ปาร์คยูชอน ♥คิมจุนซู

“อีกแล้วเหรอเนี่ยยยย!!!!”

ชายหนุ่มผู้ที่มีอายุเหยียบๆ 30....

ชายหนุ่มผู้ที่ยังเป็นโสดตั้งแต่ ม.6....

ชายหนุ่มที่ปฏิเสธความรักจากทุกคน เพิ่งรู้สึกตัวว่าตอนนี้ “เหงาสุดๆ”....

ชายหนุ่มที่มีเพื่อนรุ่นเดียวกันที่แต่งงานเป็นตัวเป็นตนไปหมดแล้ว....

ชายหนุ่มคนนี้คือ “ปาร์ค จองซู”

The first of special project

KangTeuk

ขบวนสุดท้าย......

ปาร์คจองซู หรือ ลีทึก ชายหนุ่มที่ทำงานในบริษัทออกแบบแห่งหนึ่ง ชายที่มีดวงตาและรอยยิ้มดุจนางฟ้า แต่....ไม่มีแฟน ไม่มีแม้แต่คนที่มาคอยเอาใจ ไม่มีเลย เย็นนี้หลังจากที่เค้าทำงานเสร็จเค้าต้องรีบไปงานแต่งเพื่อนของเค้าจุนซูและยูชอน เพื่อน 2 คนสุดท้ายที่ยังไม่แต่งงาน ( ในตอนนี้ ) แต่ในอีกไม่กี่ชั่วโมง ทั้งคู่ก็จะแต่งงานกันแล้ว อะไรกัน แล้วเค้าล่ะ คนเดียว คนสุดท้ายของรุ่นที่ยังไม่มีแม้แต่แฟน มันช่างหน้าเศร้าใจเสียจริงๆ ทั้งๆที่เค้าก็หน้าตาดีไม่น้อยไปกว่าคนอื่น นิสัยก็ดี น่ารักจะตาย แต่ทำไมเค้าถึงไม่มีล่ะ?? คำถามนี้วนไปวนมาในหัวของลีทึกแต่งแต่ทำงานจนไปถึงงานแต่งของจุนซู..

“ลีทึกกกก นายมาแล้วว >

“ไงจุนซู สวยนะเนี่ยยยย”

“ฮ่าๆๆ ชมแบบนี้ก็เขินแย่สิ เข้าไปในงานกันเถอะ”

ผู้คนในงานแต่งของจุนซูมากมาย ทุกคนล้วนแต่ “มีคู่” ของตัวเองทั้งนั้น แต่ลีทึกมางานแต่งยังไง?? แท็กซี่ มากับใคร?? มาคนเดียว มันช่างหน้าเศร้าใจจริงๆ

ลีทึกถูกจุนซูลากเข้าไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆรุ่นเดียวกัน ทุกคนคุยกันจนลืมไปเลยว่านี่เป็นงานแต่ง เสียงหัวเราะหลากหลายเสียงดังมาจากกลุ่มของลีทึกทั้งนั้น....

“ฮ่าๆๆๆๆ โฮะๆๆๆๆ ขำอ่ะ ขำอ่ะพี่ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ” ( โปรดคิดถึงเสียงหัวเราะของพี่หมี )

“เฮ้ จุนซู นั่นใคร”

“หาคนไหน”

“คนที่หัวเราะเสียงดังสุดๆเมื่อกี้นี้อ่ะ”

“อ้อ รุ่นน้องที่ทำงานของยูชอนเค้านะ ชื่อคังอิน นิสัยดีนะ คุยสนุก ตลกดี เสียงหัวเราะเป็นเอกลักษณ์ด้วย ฮ่าๆๆๆ”

“หัวเราะออกนอกหน้า ไม่ยอมหรอก ห๊าๆๆๆๆๆๆๆ ทุกคน ฉลองงานแต่งจุนซูหน่อยเร๊วววว ห๊าๆๆๆๆๆๆ” (โปรดคิดถึงเสียงหัวเราะของป้าทึก )

“ฉลองให้จุนซูแล้ว เมื่อไหร่นายจะแต่งล่ะลีทึก พวกเราแต่งกันหมดแล้วนะ”

“ไม่รู้สิ อาจจะเป็นเพราะกลัวด้วยมั้ง ห๊าๆๆๆๆๆๆๆ”

“ลีทึก อยู่คนเดียวมันเหงานะ นายไม่เหงาเหรอ”

“เหงาสิ”

“อย่ากลัวที่จะเริ่มต้น เชื่อฉันลีทึก นายจะต้องเจอกับรักที่ดีแน่ๆ ^ ^”

“ขอบคุณทุกคนมากนะ ขอบคุณจริงๆ”

“แต่งเมื่อไหร่ ร่อนการ์ดให้ฉันเป็นคนแรกเลยนะลีทึก ฮ่าๆๆๆ”

ลีทึกขอแยกย้ายกลับบ้านตอนตี 1 กว่า โดยอ้างว่าพรุ่งนี้มีประชุมแต่เช้า แท็กซี่ก็หายากจริงๆ ตอนนี้เนี่ย เฮ้อ

“อ้วกกกกก!! แหวะ อ้วกกกกกกกกก!!”

จู่ๆก็มีเสียงคนอ้วกดังอยู่ใกล้ๆกับที่ลีทึกรอรถ ความกลัวเข้ามาปกคลุมลีทึกทันที เวลาปานนี้แล้ว ยังมีคนมาอ้วกที่ป้ายรถอีกเหรอ บ้าไปแล้ว

“โอยยย พี่ยูชอนแกล้งแน่ๆแบบนี้  ถึงจะคอแข็งแต่เจอเบียร์ เหล้า ไวน์ ผสมกันแบบนี้ ไม่เมาก็บ้าแล้ว อ้าว..”

คังอินนั่นเองที่เป็นบ้ามาอ้วกอยู่ตรงที่รอรถ....

“อ่า....คุณมั้ยไหวมั้ยครับ”

“หา ผมเหรอ ไหวๆๆๆ อ้วกแล้ว พอกลับบ้านได้อยู่”

“ให้ผมนั่งแท็กซี่ไปส่งที่บ้านคุณก่อนมั้ยครับ”

“ไม่เป็นไรจริงๆครับ เอ่อ..คุณลีทึกใช่มั้ย”

“ใช่ฮะ รู้จักผมได้ยังไง?”

“ก็ผมถามพี่ยูชอนเอาน่ะ ผมคังอิน ^ ^”

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

“แล้วพี่จะกลับบ้านยังไงเหรอ”

“ขึ้นแท็กซี่น่ะ”

“อ้าวเหรอ ผมนึกว่าแฟนพี่จะมารับซักอีก”

“ผมไม่มีแฟนน่ะ ^ ^;”

“หือ พี่น่ารักขนาดนี้เนี่ยนะ ไม่มีแฟน”

“ใช่ แห่ะๆ”

“ผมจีบพี่นะ”

“หา!”

จู่ๆคังอินก็พูดประโยคที่หน้าตกใจออกมา อาจจะเป็นเพราะความเมาก็ได้ถึงได้พูดออกแบบนั้นลีทึกคิด

“คุณยังไม่สร่างเมาใช่มั้ยคังอิน คุณถึงได้พูดมาแบบนั้นน่ะ”

“ผมพูดจริงๆ ผมไม่ได้เมา”

“ทะ....ทำไมล่ะ”

“ไม่รู้สิ ผมชอบพี่ตั้งแต่ในงานแล้วน่ะ”

“หา! นายเมาแน่ๆ”

“ไม่ๆๆจริงๆ ถ้าผมเมา ผมไม่มาพูดกับพี่แบบนี้หรอก ผมหลับมันที่เก้าอี้นี่แหละ”

“แท็กซี่มาแล้วผมกลับก่อนนะ!”

รีบปิดประตูรถแท็กซี่ทันที เมื่อขึ้นมานั่ง หัวใจเจ้ากรรมก็เต้นแรงไม่หยุด คนเพิ่งรู้จักกันได้ไม่ถึง 10 นาที มาขอจีบแบบซึ่งๆหน้า ไหนจะมาบอกชอบอีก ไม่เมาก็บ้าไปแล้ว.....

1 อาทิตย์ผ่านไป.....

“คุณปาร์คค่ะมีคนมาหาคุณที่ฟ้อนชั้นล่างน่ะค่ะ”

“หา อ้อ ขอบคุณมากครับคุณคิม”

“ค่ะ ^ ^”

ที่ฟ้อนชั้นล่าง.....

ลีทึกไปถามประชาสัมพันธ์ว่าใครกันเป็นคนที่มาหาเค้าถึงที่ทำงาน และคนคนนั้นก็ไม่ใช่ใคร เป็นคนที่หายหน้าหายตาไปเลยหลังจากที่ลีทึกหนีกลับบ้านในวันแต่งงานของจุนซู คังอินนั่นเอง

“คุณ!”

“พี่ลีทึก คบกับผมเถอะนะ วันนั้น ที่ผมพูดกับพี่ ผมไม่ได้โกหกจริงๆนะพี่ ผมชอบพี่ ผมรักพี่จริงๆนะ คบกับผมเถอะ!!”

“อะ...อะไรของคุณเนี่ย อยู่ๆมาพูดอะไร”

“ผมรู้ว่าพี่กลัว... พี่กลัวผิดหวัง พี่กลัวที่จะต้องอยู่คนเดียว...พี่กลัวโดนทิ้ง แต่พี่ครับ ถ้าพี่ไม่ลองแล้วจะรู้เหรอครับ ถ้าพี่มัวแต่กลัว พี่ก็จะอยู่ในโลกของตัวเองเพียงคนเดียวนะ พี่ลองเปิดใจให้ผมดูบ้างสิ...”

“นะ..นายพูดอะไรของนาย”

“เอาสิลีทึก...ลองคบกับคังอินดู มันไม่เสียหายหรอกนะ..”

“จุนซู!”

“นายจะกลัวอะไรอีกลีทึก จะ 30 แล้วนะ ฉันรู้ว่านายอยู่คนเดียวน่ะ นายอยู่ได้ แต่มีเพื่อนอยู่ด้วยอีกซักคน ก็ไม่เสียหายนะ ไม่ต้องมานั่งเหงาแบบนี้ด้วย”

“นายบ้าตามคังอินไปแล้วเหรอจุนซู”

“เปล่า ฉันอยากเห็นเพื่อนที่ฉันสนิทมีความสุขบ้างไม่ได้เหรอ??”

“นายมั่นใจได้ไงว่าฉันจะมีความสุข...??”

“ผมจะไม่ล่วงเกินพี่ถ้าพี่ไม่อนุญาต ผมไม่ใช่ที่ดีที่สุดในโลก....แต่ผมมั่นใจ ผมจะเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดในสายตาพี่ให้ได้ ผมมั่นใจผมจะทำให้พี่มีความสุข เพราะฉะนั้น คบกับผมนะพี่”

“นายแน่ใจนะว่าจะทำทุกอย่างที่นายพูดมาให้ได้”

“ครับ! ผมจะทำให้พี่มีความสุขเพราะผมให้ได้”

“ก็ได้.....”

“ขอบคุณมากครับพี่ลีทึก ผมรักพี่นะ”

.......................

.............

...

..

.

หลังจากวันนั้น.....

ลีทึก คนที่กลัวที่จะมีความรัก ตอนนี้ไม่มีแล้ว

ลีทึก คนที่อิจฉาเพื่อนตัวเองที่มีแฟน ตอนนี้ไม่มีแล้ว

ลีทึก คนที่เดินคนเดียวพอกลับไปบ้าน ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว

ลีทึก คนที่เคยอยู่บ้านคนเดียว กินข้าวคนเดียว ตอนนี้ไม่มีแล้ว

ลีทึก คนที่เคยดูถูกความรักต่างๆนานา คนที่ไม่เคยคิดแม้แต่จะคบกับใคร ตอนนี้ไม่มีแล้ว.....

ลีทึกเปลี่ยนไปได้เพราะ “คังอิน” คนเดียวเท่านั้น......

3 ปีผ่านไป.....

“ฮิ้วววว!! ในที่สุด เจ้าปาร์คจองซูก็แต่งงานซักที!!!”

“3 ปี ศึกษากันนานนะเนี่ยยยยย 5555”

“พอเลยๆๆ เลิกแซวกันได้แล้ว”

“แต่ก็ต้องขอบคุณคังอินแหละ ที่ทำให้ลีทึกเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ เนอะ”

“ฮ่าๆๆๆ ไม่หรอกครับ”

“เก่งนะ ที่เปลี่ยนลีทึกได้น่ะ นับถือเลยยย 555”

เพื่อนๆของลีทึกไม่ต่ำกว่า 30 คนมานั่งรวมตัวกันแซวลีทึกที่ได้ฤกษ์แต่งงานกับเค้าซักที งานปาร์ตี้ล่วงเลยไปถึงตี 1 ทุกคนค่อยกลับบ้านกัน รวมถึงลีทึกและคังอินด้วย.....

“ลีทึก ผมไม่ใช่ผู้ชายคนแรกที่ผ่านเข้ามาในชีวิตคุณ แต่ผมจะเป็นสุดท้ายผมกล้าพูด ขอบคุณที่คุณเชื่อใจผม ขอบคุณที่คุณยอมตอบตกลงในวันนั้น ขอบคุณจริงๆ ผมจะทำให้คุณมีความสุขที่สุด ผมรักคุณนะ ^ ^”

“คังอิน ขอบคุณที่นายเข้ามาในชีวิตของฉัน ขอบคุณที่นายอดทนกับนิสัยของฉัน ขอบคุณจริงๆ ฉันก็รักนาย....”

“เฮ้อ ลีทึก  ถ้าเรามัวแต่พูดกันแบบนี้ เราจะได้ทำอย่างที่คนอื่นเค้าหวังไว้รึเปล่า”

“ทำอะไร??”

“ลีทึกครับ ตอนนี้เราอยู่ที่ เรือนหอ นะครับ แต่งเสร็จเค้าทำอะไรกันล่ะ?”

“เฮ้ย คังอินอย่า ไม่อาววววววว.....”

 
คุณคิดว่าลีทึกปฏิเสธคังอินได้มั้ย??
ถ้าคุณคิดว่าไม่ คุณคิดถูกสุดๆเลยล่ะ....

 

ความรักน่ะ มันมักจะชอบเข้ามาหาคุณโดยที่ไม่รู้ตัว..... หัวใจของคนเราก็เหมือนดอกทานตะวันที่คอยหันหน้าไปหาแสงสว่างเพื่อจะได้เจริญเติบโต....หัวใจก็เหมือนกัน หัวใจที่คอยค้นหาแสงสว่างให้กับชีวิต หาคนที่จะมาอยู่ข้างกัน หาคนที่จะรับนิสัยเราได้ หาคนที่เติมเต็มชีวิตนั้นให้เต็ม....ความรักน่ะ มันมีคำว่าสายหรอก เมื่อคุณทำพลาดจงอย่าหมกมุ่นกับความผิดพลาดนั้น คุณจงหาทางแก้ไขความผิดพลาดนั้นให้เร็วและรอบคอบที่สุด ความผิดพลาดมักมาพร้อมกับความเสียใจ แต่....เมื่อเราแก้ไขข้อผิดพลาดนั้นได้ คุณรู้มั้ยอะไรจะตามมา?? ความสุขไง อย่าจมกับความทุกข์ ความเสียใจที่เคยได้รับมา เชิดหน้าขึ้นเหมือนดอกทางตะวันที่หาแสงสว่าง.... หาความสุขให้กับตัวเอง.... อย่ากลัวกับการดำเนินชีวิต เพราะถ้าคุณกลัวมันจะทำให้คุณไม่มีความสุข......ขอให้ทุกคนเจอกับรักที่สดใสนะคะ ^ ^

The end…………………………………

โอเคกันมั้ย สำหรับเรื่องแรกของโปรเจค...

ไรเตอร์ตั้งใจแต่งมาก ยังไงก็ขอฝากโปรเจ็คนี้ด้วยนะคะ ^ ^

ติชมกันได้ตามสบายเลยนะคะ ^&^

The end time :: 04.42 08/10/2011

edit @ 16 Oct 2011 04:12:08 by ChoppieAohmmie

edit @ 16 Oct 2011 04:31:52 by ChoppieAohmmie